Homeschool เปลี่ยนบ้านให้เป็นโลกแห่งเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นได้ของเด็กวัยอนุบาล
Homeschool เปลี่ยนบ้านให้เป็นโลกแห่งเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นได้ของเด็กวัยอนุบาล
25/03/2021 11:22:15
พาคุย (Interview)
ก่อนที่ลูกจะเข้าวัยอนุบาล สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ทุกคนต้องคิดและจัดการคือ การมองหาแนวทางการศึกษาให้ลูก ซึ่งมีมากมายให้เลือกตามความเหมาะสมของครอบครัวและตัวลูกเอง แต่จะดีแค่ไหน หากมีเพียงโรงเรียนเดียวที่สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาเด็กในด้านเด่นและปรับปรุงแก้ไขในจุดด้อยเพียงแค่คนเดียว ด้วยหลักสูตรเรียนรู้ผ่านการเล่น ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่เสียค่าเทอม แถมเด็กๆ เองก็มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่เขาถนัดหรือสนใจได้อย่างเต็มที่ ถ้านี่คือสิ่งที่ต้องการ การทำโฮมสคูลวัยอนุบาลคงเป็นคำตอบสุดท้าย
 
อนุบาลไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ
โฮมสคูล (Homeschool) คือการจัดการศึกษาโดยครอบครัว พ่อแม่สามารถเลือกที่จะสอนลูกเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กปฐมวัย 
 
วัยอนุบาลไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ พ่อแม่สามารถเลือกได้ว่า จะส่งลูกไปโรงเรียนหรือไม่ส่งไปโรงเรียนก็ได้ หรือสามารถเขียนแผนการเรียนการสอน และนำไปจดทะเบียนกับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อประเมินพัฒนาการตามกระบวนการของรัฐ ซึ่งในส่วนนี้พ่อแม่จะได้รับเงินอุดหนุน พร้อมอุปกรณ์การเรียนเหมือนเด็กในโรงเรียนอนุบาลจากรัฐบาล โดยจะมีเจ้าหน้าที่เขตร่วมประเมินทั้งผู้ปกครองและตัวเด็กอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และเมื่อเรียนจบจะได้ใบรับรองวุฒิการศึกษาปฐมวัย ซึ่งสามารถนำไปยื่นเพื่อเข้าเรียนต่อในระดับชั้นประถมในโรงเรียนได้
 
โฮมสคูลแนวไหนน่าสนใจ
ความน่าสนใจของการทำโฮมสคูลของเด็กแต่ละคนคือ ความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนตามความถนัดของลูกได้เสมอ โดยแบ่งออกเป็นแนวทางหลักๆ คือ ‘โฮมสคูลแบบดั้งเดิม’ ที่มีตารางเรียนและกิจกรรมที่ชัดเจนเหมือนไปโรงเรียน หรือจะแบบแนวยืดหยุ่นไม่มีตารางเรียนที่ชัดเจน ปรับเปลี่ยนได้เสมอ ที่เรียกว่า ‘Unschooling’ ก็สุดแล้วแต่ความสะดวกของพ่อแม่ หรือแนวทาง ‘โฮมสคูลแบบเน้นไปที่สิ่งที่ลูกถนัด’ เช่น ดนตรี ภาษา กีฬา ศิลปะ หรือวิชาการโดยเฉพาะ ‘World Schooling’ ก็น่าสนใจและเหมาะกับพ่อแม่นักเดินทาง เพราะนี่คือการเรียนรู้จากการเดินทางท่องโลกโดยเฉพาะ
 
สำหรับสายการศึกษาที่เน้นความเป็นธรรมชาติตามวัย และความเชื่อมั่นในศักยภาพความเป็นมนุษย์ของเด็ก อย่าง วอลดอล์ฟ มอนเตสเซอรี่ ก็สามารถนำแนวทางและหลักคิดนำมาปรับใช้สอนลูกวัยอนุบาลได้ นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรออนไลน์ หรือหลักสูตรต่างประเทศที่มีการรับรองคุณภาพ (Accredited) จากหน่วยงานที่รับรองให้นำไปใช้ได้เช่นกัน
 
แต่สำหรับผู้ปกครองที่ประสงค์จะไม่จดทะเบียนกับเขตการศึกษา ก่อนที่จะตัดสินใจทำโฮมสคูล และต้องการให้ลูกเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนประถมแนะนำให้มองหาโรงเรียนประถมที่รับเด็กโดยที่ไม่ต้องใช้ใบรับรองวุฒิการศึกษาอนุบาล หรือเตรียมแนวทางและแผนการศึกษาของลูกให้พร้อม ในกรณีจะโฮมสคูลต่อในระดับประถมศึกษา
 
ยืดหยุ่นได้ ไม่วิชาการได้ แต่เน้นพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
การทำโฮมสคูลไม่ได้มีกฎที่ตายตัวอยู่แล้ว ดังนั้นที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นสไตล์ที่ขึ้นอยู่กับครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยเน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการตามวัย ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา  
 
พัฒนาการด้านร่างกาย ผ่านการปล่อยเล่นอิสระ วิ่งเล่น กระโดดโลดเต้น ปีนป่าย ตากแดดยามเช้าบ้าง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายให้เติบโตสมวัย และมีส่วนช่วยสนับสนุนนิสัยรักการออกกำลังกายให้เป็นกิจวัตรได้
 
พัฒนาการด้านสติปัญญา ผ่านกิจวัตรประจำวัน อย่างการช่วยงานบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้าเอง กินข้าวเอง บอกความต้องการของตัวเอง เป็นทั้งการเสริมสร้างสติปัญญาและการช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเด็ก แต่ทั้งนี้พ่อแม่จะต้องหลีกเลี่ยงการบังคับให้ทำ แต่เชิญชวนด้วยการทำให้สิ่งนั้นเป็นเกม เด็กๆ จะรู้สึกตื่นเต้นกับผลลัพธ์ ระหว่างนี้อาจสอดแทรกการเรียนรู้ด้านวิชาการได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ลูกจะสามารถใช้ทักษะการจดจำ แก้ไขปัญหา ทดลอง ปรับปรุง เสมือนกับการเรียนรู้ผ่านโครงงาน หรือ Project base learning ไปในตัว
 
พัฒนาการด้านสังคม ปัจจุบันประเทศไทยมีครอบครัวโฮมสคูลกว่า 1,000 ครอบครัว ที่มีความหลากหลายในช่วงอายุ เด็กๆ สามารถเรียนรู้การเข้าสังคมผ่านการทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวอื่นๆ ที่มีเด็กต่างเพศต่างวัย ด้วยกิจกรรม Meeting รวมกลุ่มเด็กๆ มาฟังนิทาน ละครเวที หรือทดลองวิทยาศาสตร์ ที่ไม่สามารถทำที่บ้านได้ วิธีนี้เด็กๆ จะได้เรียนรู้ทักษะการเข้าสังคม กับทั้งเพื่อนวัยเดียวกัน โตกว่า หรือเด็กกว่า ซึ่งเป็นการทดลองการอยู่ร่วมกันในสังคมโดยแท้จริง
 
พัฒนาการด้านอารมณ์และพฤติกรรม ไม่เฉพาะแค่เด็กโฮมสคูล แต่เด็กทุกคนจะต้องรู้จักและเรียนรู้การควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมการแสดงออกของตัวเองให้รู้กาลเทสะ รู้จักมารยาทและกฎกติกาตามสถานที่ต่างๆ ให้ได้ แต่สำหรับเด็กที่พ่อแม่หลายคนเป็นกังวลว่าจะทำได้ไม่ดีนัก สามารถสอนลูกผ่านการอ่านนิทานได้ เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะในการฟังพูดและการสังเกต ยังเป็นการสอนทางอ้อม ให้เด็กๆ เห็นตัวอย่าง ทั้งที่ดีและไม่ดี ซึ่งสามารถใช้นิทานเพื่อปรับพฤติกรรมลูกได้อีกทาง
 
5 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำโฮมสคูล
  • ไม่เน้นวิชาการ - เน้นวิชาการได้ เนื่องจากการทำโฮมสคูลในแต่ละครอบครัว เน้นการเรียนรู้ตามสไตล์ของเด็กเป็นหลัก โฮมสคูลจึงมีทั้งเด็กที่ชอบวิชาการ ชอบการแข่งขัน และเด็กที่ไม่ชอบวิชาการเลย
  • ลูกจะเข้าสังคมไม่ได้ - ไม่จริง เด็กๆ วัยนี้สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ดี ซึ่งพ่อแม่สามารถส่งเสริมด้านสังคมให้ลูกได้ง่ายๆ ด้วยการพาลูกไปพบปะญาติพี่น้อง แก๊งค์เพื่อนๆ พ่อแม่ที่มีลูกวัยเดียวกัน ได้เดินทางท่องเที่ยวร่วมกัน หรือแม้กระทั่งพาลูกไปสนามเด็กเล่นใกล้บ้าน ก็จะช่วยให้รู้เรียนรู้เรื่องการเข้าสังคมได้เช่นกัน
  • ใช้เงินเยอะ - ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาสามารถปรับให้เข้ากับรายได้ของแต่ละครอบครัว ไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายตายตัวเหมือนการเข้าโรงเรียน
  • เพราะเรียนในโรงเรียนไม่ได้ เลยต้องทำโฮมสคูล - ใช่และไม่ใช่ เด็กทั่วไปก็สามารถทำโฮมสคูลได้ หากพ่อแม่มองว่าตอบโจทย์มากกว่า นอกจากนี้เด็กที่มีความต้องการพิเศษก็สามารถทำโฮมสคูลได้เช่นกัน
  • เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย – โฮมสคูลเป็นการศึกษาในระบบที่จัดการศึกษาโดยครอบครัวและกำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และพ.ศ.2545
 
สำหรับวัยอนุบาล การเล่นเท่ากับการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ พ่อแม่สามารถมอบโอกาส และประสบการณ์ล้ำค่าเหล่านี้ให้กับลูกได้ เพียงแค่อยู่ที่บ้าน หรือการรวมกลุ่มทำกิจกรรมกับครบครัวที่มีแนวทางเดียวกัน พาลูกออกเดินบ้าง ลองลงคอร์สเรียนหรือเพลย์กรุ๊ปสำหรับเด็กหลากหลายวัย ก็เป็นการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านให้กับลูกได้ทั้งนั้น
 
ที่มา
https://www.cdc.gov/ncbddd/childdevelopment/positiveparenting/toddlers2.html
https://pathways.org/growth-development/4-6-years/milestones/
https://www.time4learning.com/homeschooling-styles/
https://www.homeschool.com/homeschooling-methods/

บทความแนะนำ